Tuesday, June 4, 2013

เทคนิคเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ Catfish

เทคนิคเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ Catfish

http://www.bansuanporpeang.com/files/images/user7869/DSC00116.jpg

การ เลี้ยงปลา ดุกในท่อปูนซีเมนต์เป็นวิธีการเลี้ยงปลาอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเลี้ยงกันได้ ง่าย สำหรับสถานที่ก็ใช้พื้นที่ไม่เยอะ และสามารถเคลื่อนย้ายท่อปูนซีเมนต์ ได้ง่ายด้วย ค่าลงทุนในการการเลี้ยงก็ไม่มากสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริม ได้และผลตอบแทนก็เป็นที่น่าภูมิใจ จากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ร่วมด้วย ช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.สงขลา ได้พบกับคุณชาลี สุวรรณชาตรี อยู่บ้านเลข ที่ 319 ม.18 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เกษตรกรผู้ที่เลี้ยงปลาดุกในท่อ ปูนซีเมนต์ ได้บอกถึงวิธีการเลี้ยงปลาดุกด้วยระบบชีวภาพซึ่งมีขั้นตอนการ เลี้ยงดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมอุปกรณ์
1.ท่อปูนซีเมนต์ขนาด 100*50 เซนติเมตร
2.ท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น และยาว 40 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น
3.ข้องอพีวีซีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 อัน
4.ยางนอกรถสิบล้อจำนวน 1 เส้น
5.ยางนอกรถจักรยานยนต์จำนวน 1 เส้น
6.ตาข่าย
7.น้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
8.ปูน ทราย หิน
9.อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก
10.พืชผักที่ปลากิน เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ฯลฯ
11.ลูกปลาดุก 70-80 ตัว

ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมบ่อปูนซีเมนต์สำหรับเลี้ยงปลาดุก
1.จะต้องทำการฆ่ากรดฆ่าด่างในบ่อปูน โดยให้นำหัวกล้วยหรือโคนกล้วยมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมูลวัวมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำใส่ไปในบ่อใส่น้ำให้เต็ม แล้วหมักไว้ 5 วัน จากนั้นให้เปิดน้ำทิ้งแล้วเอาโคนกล้วยออกทิ้งด้วย
2.นำน้ำสะอาดใส่ไปในบ่อแล้วแช่ทิ้งไว้ 1 วัน หลังจากนั้นก็ให้เปิดน้ำทิ้ง
3.นำผักบุ้งมาถูให้ทั่วบ่อ ทิ้งไว้ตากบ่อให้แห้ง

ขั้นตอนที่ 3 การทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
1.ถังพลาสติกที่มีฝาปิดจำนวน 1 ถัง
2.น้ำตาลทรายแดง 3 กิโลกรัม
3.ฟักทองแก่ 3 กิโลกรัม
4.มะละกอสุก 3 กิโลกรัม
5.กล้วยน้ำหว้าสุก 3 กิโลกรัม

วิธีทำ หั่นมะละกอ, กล้วยน้ำหว้า, ฟักทองทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด ผสมน้ำตาลทรายแดง แล้วคนให้เข้ากันและปิดฝาให้แน่นหมักทิ้งไว้ 7 วัน แล้วเติมน้ำสะอาด 9 ลิตร ปิดฝาให้แน่นแล้วหมักต่ออีก 15 วัน

ประโยชน์
-เป็นฮอร์โมนพืช เร่งดอก เร่งผล รสชาติหวานอร่อย
-ปลาไม่เป็นโรค
-ปลาไม่มีกลิ่นสาบ
-ปลาไม่มีมันในท้อง
-ปลาจะมีเนื้อหวานรสชาติอร่อย

ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยง
1.นำท่อปูนที่มีรอยคราบผักบุ้ง หรือบ่อปูนที่ไม่มีกรดไม่มีด่าง ใส่น้ำให้มีความสูง 10 เซนติเมตร (ช่วงปลาขนาดเล็ก เพิ่งนำมาปล่อย) แล้วเติมน้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะ
2.นำปลาดุกมาแช่น้ำในบ่อปูนทั้งถุง แล้วค่อยๆเปิดปากถุงให้ปลาว่ายออกมาเอง
3.วันแรกที่นำปลามาปล่อยไม่ต้องให้กินอาหาร
4.นำพืชผักที่ปลากิน เช่นผักบุ้ง ผักตบชวาและอื่นๆมาใส่ในบ่อ
5.การให้อาหาร ปลา 1 ตัวให้อาหาร 5 เม็ด/เมื้อ ในช่วงปลาเล็กให้อาหารวันละ 2 เมื้อ เช้า-เย็น ปลาอายุ 1 เดือนครึ่งให้อาหารปลาขนาดกลาง โดยให้อาหารวันละ 1 ครั้ง ให้ปลากินตอนเย็น
หมายเหตุ ก่อนให้อาหารต้องนำอาหารมาแช่น้ำก่อนเสมอประมาณ 10-15 นาที
เหตุผลเพื่อ
1.ปลาจะได้กินอาหารทุกตัว
2.ปลาตัวที่แข็งแรงจะทำให้ท้องไม่อืด
3.ปลาไม่ป่วย
4.การเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน
5.อาหารไม่เหลือในบ่อและน้ำก็ไม่เสีย
6.ถ่ายน้ำทุกๆ 7 วัน หรือ 10 วัน/ครั้ง ทุกครั้งที่ถ่ายน้ำจะต้องใส่น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะเสมอ

ขั้นตอนที่ 5 การจำหน่าย
1.ก่อนจะจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดี
2.ปลาดุก 3 เดือนครึ่ง จำนวน 70 ตัว จะมีน้ำหนัก 14-15 กิโลกรัม หรือประมาณ 4-5 ตัว/กิโลกรัม จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท
3.ต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ 19-20 บาท หมายเหตุ ต้นทุนครั้งแรก 1 ชุด 430 บาท น้ำที่ถ่ายทิ้งจากบ่อปลาสามารถนำมารดต้นไม้ พืชผักสวนครัว เป็นปุ๋ยอย่างดี


หมายเหตุ : ราคาปลาที่ขายและต้นทุนการผลิตอาจมีการผันแปรตามสภาพแต่ละพื้นที่
ข้อมูลจาก : คุณชาลี สุวรรณชาตรี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก จ. สงขลา
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677

สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สงขลา

วิธีเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน Catfish pond

วิธีเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน Catfish pond

การเลี้ยงปลาดุก  สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อดิน  บ่อซีเมนต์และใน กระชัง  แต่ส่วนมากนิยมเลี้ยงในบ่อดิน  ซึ่งขนาดบ่อดินที่เหมาะสมควรมีขนาด ไม่เกิน  1  ไร่

การเลือกสถานที่เลี้ยงปลาดุก
ปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาในการเลือกสถานที่สร้างบ่อเลี้ยงปลา มีดังนี้
1. สถานที่ไม่เป็นที่ลุ่มหรือที่ดอนเกินไป สามารถจัดระบบน้ำระบายน้ำเข้า-ออกได้ดี
2. สภาพดินควรเป็นดินเหนียวสามารถทำเป็นคันบ่อเก็บกักน้ำได้ดี
3. สภาพน้ำต้องเป็นน้ำสะอาดปราศจากสารพิษของโลหะหนักหรือยาฆ่าแมลง หรือของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม
4. ทางคมนาคมสะดวก

การเตรียมบ่อเลี้ยงปลาดุก

มีวิธีการเตรียมบ่อดังนี้
1. บ่อใหม่
- ใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพดินในอัตรา 60-100 กิโลกรัม/ไร่ โดยให้ทั่วพื้นบ่อ
- ใส่ปุ๋ยคอกอัตรา 200 กิโลกรัม/ไร่ โดยโรยให้ทั่วบ่อ
- เติมน้ำให้ได้ระดับ 40-50 เซนติเมตร ทิ้งไว้ 3-5 วัน จนน้ำเริ่มเป็นสีเขียวระวังอย่าให้เกิดแมลง หรือศัตรูปลา

2. บ่อเก่า
- ทำความสะอาดบ่อลอกเลนให้มากที่ส
- ใส่ปูนขาวอัตรา 60-100 กิโลกรัม/ไร่
- ตากบ่อให้แห้ง ประมาณ 7-15 วัน
- นำปุ๋ยคอกใส่ถุงแขวนไว้ตามมุมบ่อประมาณ 60-100 กิโลกรัม/ไร่ เพื่อเพิ่มอาหารธรรมชาติ
- เติมน้ำ 40-50 เซนติเมตร ทิ้งไว้ 3-5 วัน จนน้ำเป็นสีเขียว

ก่อน ปล่อยปลาควรตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างของน้ำอีกครั้ง ถ้าไม่ถึง 7.5-8.5 ควรน้ำปูนขาวละลายน้ำสาดให้ทั่วบ่อเพื่อปรับความเป็นกรด-ด่าง ให้ได้ 7.5-8.5

การเตรียมพันธ์ปลาดุก
การเลือกซื้อลูกปลาควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
1. แหล่งพันธุ์หรือบ่อเพาะฟัก ควรดูจาก
- ความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ในเรื่องคุณภาพ
- มีการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ เพื่อให้ได้พันธุ์ที่มีคุณภาพ
- มีความชำนาญในการขนส่งลูกปลา
2. ลักษณะภายนอกของลูกปลาต้องปกติสมบูรณ์ ซึ่งสังเกตจาก
- การว่ายน้ำต้องปราดเปรียว ไม่ว่ายควงสว่าน หรือลอยตัวตั้งฉากพื้นบ่อ
- ลำตัวสมบูรณ์ หนวด หาง ครีบ ไม่กร่อน ไม่มีบาดแผล ไม่มีจุดหรือปุยขาวเกาะ
- ขนาดลูกปลาต้องเสมอกัน

การปล่อยลูกปลาดุกในบ่อเลี้ยง
เมื่อ ขนส่งลูกปลามาถึงบ่อที่เตรียมไว้ควรแช่ถุงปลาไว้ในบ่อประมาณ 10-15 นาที เพื่อปรับอุณหภูมิระหว่างน้ำในถุงกับน้ำในบ่อเพื่อป้องกันลูกปลาช็อค ก่อนปล่อยลูกปลาควรมีการทำร่มเงาไว้ในบ่อให้ลูกปลาได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัย

อัตราการปล่อย
เกษตรกร รายใหม่ ควรปล่อยลูกปลาขนาดปลานิ้ว จะทำให้อัตราการรอดสูง อัตราการปล่อย ปลาขนาด 2-3 เซนติเมตร ปล่อย 80,000-100,000 ตัว/ไร่ ก่อนปล่อยควรสุ่มนับจำนวนเพื่อตรวจสอบให้รู้จำนวนจริง

อาหารและการให้อาหาร
ต้นทุนการผลิตปลาประมาณ 80% เป็นค่าอาหาร เพราะฉะนั้นการเลี้ยงใช้อาหารเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

การเลือกซื้ออาหาร

ลักษณะของอาหาร
- สีสันดี
- กลิ่นดี ไม่เหม็นหืน
- ขนาดเม็ดสม่ำเสมอ ไม่เป็นฝุ่น
- การลอยตัวของอาหารในน้ำอยู่ได้นาน
- อาหารไม่เปียกชื้น ไม่จับตัวเป็นก้อน ไม่ขึ้นรา

ประเภทของอาหารสำเร็จรูป
- อาหารสำหรับลูกปลาวัยอ่อน ใช้สำหรับลูกปลาขนาด 1 – 4 เซนติเมตร
- อาหารปลาดุกเล็กพิเศษ ใช้สำหรับลูกปลาขนาด 3 เซนติเมตร – 1 เดือน
- อาหารปลาดุกเล็ก ใช้สำหรับปลาอายุ 1-3 เดือน
- อาหารปลาดุกใหญ่ ใช้สำหรับปลาอายุ 3 เดือน - ส่งตลาด

วิธีการให้อาหารปลาดุก

เมื่อ ปล่อยลูกปลาวันแรกไม่ต้องให้อาหาร จะเริ่มให้อาหารวันถัดไป อาหารที่ให้เป็นอาหารลูกปลาวัยอ่อน พรมน้ำ แล้วนวดจนเหนียวปั้นเป็นก้อนแล้วเสียบกับไม้ปักไว้รอบบ่อปริมาณที่ให้ต้อง ให้ปลากินหมด ภายในเวลา 30-60 นาที โดยให้อาหารประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นอาจจะให้อาหารปลาดุกเล็กพิเศษแช่น้ำให้นิ้มแล้วปั่นรวมกับอาหาร ลูกปลาวัยอ่อนให้ปลากิน เมื่อปลาโตพอกินอาหารเม็ดได้ก็เริ่มให้อาหารปลาดุกเล็กพิเศษอย่างเดียวหว่าน ให้กินกระจายทั่วบ่อ ปริมาณที่ให้กะหมดภายใน 30 นาที ให้กินจนลูกปลาอายุ 1 เดือน ให้อาหารปลาดุกเล็กโดยให้ในแต่ละมื้อควรให้ปลากินหมดภายใน 30 นาที ช่วงนี้ควรเริ่มฝึกให้ปลากินอาหารเป็นที่ โดยให้อาหารจุดเดิมประจำปละเคาะหลักไม้ทุกครั้งเมื่อมีการให้อาหาร การให้อาหารปลาจะให้ 2 มื้อ ต่อวันให้อาหารปลาดุกเล็กจน

ลูกปลามี อายุ 2 เดือน ให้อาหารปลาดุกใหญ่ ปริมาณที่ให้แต่ละมื้อจะต้องให้ปลากินหมดภายใน 30 นาที่ โดยให้อาหาร 2 มื้อ ในกรณีปลาป่วย หรือกินอาหารลดลงให้ลดปริมาณอาหารลงครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ให้ปกติ ในกรณีเกิดจากสภาพน้ำ หรือการเปลี่ยนแปลงของอากาศให้ปรับสภาพน้ำโดยทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำ หรือใส่เกลือ หรือปูนขาว ถ้าพบว่าปลาที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียให้ผสมปฏิชีวนะ 3-5 กรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ให้กินติดต่อกัน 7 วัน เช่น อาออกชีเตตร้าซัยคลิน ถ้าเกิดจากพยาธิภายนอกให้รักษาตามลักษณะของพยาธินั้น ๆ เช่นถ้าพบปลิงใส เห็บระฆัง เกาะจำนวนมาก หรือเริ่มทยอยตายให้ใช้ฟอร์มาลินเข้มข้น 30-40 ซีซี/น้ำ 1,000 ลิตร ฉีดพ่นหรือสาดลงในบ่อแช่ทิ้งตลอด

วิธีเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก Catfish Plastic pond

วิธีเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก Catfish Plastic pond

เกษตรกร รายย่อยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนน้ำ หรือในเขตพื้นที่สูง ฐานะยากจนมักประสบปัญหาขาดแคลนอาหารโปรตีน ดังนั้นการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะส่งเสริมและพัฒนาครอบครัวที่ยากจนไม่ให้ขาดแคลนอาหาร โปรตีน

ในปัจจุบันปลาดุกบิ๊กอุยเป็นที่นิยมเลี้ยงของเกษตรกรเนื่อง จากเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว อีกทั้งยังทนทานต่อโรคและสภาพแวดล้อม เป็นที่นิยมบริโภคของประชาชนเนื่องจากรสชาติดี และราคาไม่แพง

การ เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อดิน บ่อซีเมนต์ และบ่อพลาสติก ถ้ามีพื้นที่จำกัด การเลี้ยงในบ่อพลาสติกก็เป็นทางออกที่ดี และประหยัด โดยที่ในบ่อพลาสติกจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี

สำหรับวัตถุประสงค์ของการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติกก็เพื่อ
1. เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนลดรายจ่ายในครัวเรือน โดยการเลี้ยงปลา เพื่อเป็นอาหาร บริโภคเอง
2. เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
3. เป็นการพัฒนาอาชีพการลี้ยงปลาแบบพอเพียงไปสู่ระบบการเลี้ยงปลาเชิงพาณิชย์
4. ให้มีอาหารโปรตีนจากปลาบริโภคในครัวเรือนและในชุมชน

ข้อดีของการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติกมีอยู่หลายประการด้วยกันได้แก่
1. ใช้พื้นที่เลี้ยงน้อย และสามารถเลี้ยงได้ทุกพื้นที่
2. การก่อสร้างบ่อเลี้ยงง่าย สะดวกและรวดเร็ว
3. ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงสั้น แต่ละรุ่นใช้เวลาเลี้ยงเพียง 90 – 120 วัน
4. ปลาดุกเป็นปลาที่อดทนต่อสภาพน้ำได้ดี
5. ปลาดุกสามารถเลี้ยงและดูแลรักษาได้สะดวก นอกจากจับมาบริโภคในครัวเรือนแล้ว ส่วนที่เหลือก็นำไป ขายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว

ขั้นตอนการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติกมี 4 ขั้นตอน
1. การจัดเตรียมบ่อขุดบ่อขนาดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร ก้น 1 เมตร จัดทำขอบบ่อให้มีระดับเดียวกัน ปูผ้าพลาสติกสีดำกันน้ำซึม
2. การปรับสภาพน้ำในบ่อปลาเปิดน้ำใส่บ่อจนเต็มจากนั้นใส่ จุลินทรีย์ EM จำนวน 1 ลิตร ผสมกากน้ำตาล 1 กิโลกรัม และแร่แม๊กนี เซียม จำนวน 3 กิโลกรัม ทิ้งไว้ 5 – 7 วัน เพื่อเป็นการปรับสภาพน้ำและลดการ เน่าเสียของน้ำ จากนั้นก็ปล่อยปลาลงเลี้ยงได้
3. ปลาดุกที่เลี้ยงใช้ พันธุ์บิ๊กอุย ขนาดยาว 5 – 7 ซม. จำนวน 1,000 – 2,0000 ตัว เลี้ยงประมาณ
2 – 3 เดือน ก็สามารถจับบริโภคได้
4. การทำอาหารปลาดุกบิ๊กอุย

การทำอาหารปลาดุกบิ๊กอุย

ส่วนผสม
1. รำละเอียด 2 กระสอบปุ๋ย
2. กากมะพร้าว 1 กระสอบปุ๋ย
3. ปลาป่น 6 กิโลกรัม
4. กากถั่วเหลือง 6 กิโลกรัม
5. จุลินทรีย์ EM 1 ลิตร
6. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
7. น้ำมันพืช 1 – 2 ลิตร

วิธีทำ
1. นำส่วนผสมข้อ 1 1 กระสอบ ข้อ 2,3,4 คลุกให้เข้ากัน
2. นำส่วนผสม ข้อ 5,6 ผสมน้ำ 20 ลิตร เพื่อคลุกเคล้าส่วนผสม ข้อ 1 หมักไว้ 12 ชั่วโมง
3. นำส่วนผสมที่หมักไว้ในข้อ 1,2 ผสมกับรำละเอียด 1 กระสอบและน้ำมันพืช 1 – 2 ลิตรคลุกเคล้านำเข้าเครื่องอัดเม็ดผึ่งแดด 2 วัน เก็บไว้ได้ 2 เดือน

เกร็ดความรู้วิธีเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก
1. การซื้อพันธุ์ปลาก่อนการเคลื่อนย้ายให้ปลาอดอาหาร 1 – 2 วัน เพื่อป้องกันปลาดิ้นและทำให้ปลาไส้ขาดเวลาเลี้ยงปลาจะไม่โต
2. การเคลื่อนย้ายปลาให้เตรียม น้ำมันพืช 30 ซีซี : เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันตักใส่ในถุงหรือที่มีพันธุ์ปลา อยู่ประมาณ 1 ช้อนชา เพื่อป้องกันปลาบาดเจ็บ
3. การป้องกันปลาหนีจากบ่อเวลาฝนตก ใช่วิธีหากมีฝนตกให้หว่านอาหารให้ปลากิน สัก 2 – 3 ครั้ง เพื่อหลอกว่าเวลาฝนตกจะได้กินอาหารแล้วปลาจะไม่หนี
4. การเปลี่ยนถ่ายน้ำให้ดูดน้ำออก 1 ส่วน ใน 3 ส่วน และนำน้ำที่ใส่ใหม่ให้ทำเป็นละอองฝอยโดยใช้สายยางเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้แก่ปลา
5. การจับปลาเพื่อบริโภคโดยใช้วิธีใช้สายยางฉีดน้ำเหมือนกับฝนตกปลาจะเล่นน้ำ จากนั้นใช้สวิงตักปลา ที่เล่นน้ำทันที ปลาจะไม่รู้สึกถึงอันตรายและจะกินอาหารต่อและไม่หนี้

การเลือกสถานที่สร้างบ่อปลาดุกบิ๊กอุย
-อยู่ใกล้บ้าน
-อยู่ที่ร่มหรือมีหลังคา
-มีแหล่งน้ำสำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำได้สะดวก

การเตรียมน้ำให้ปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก
-น้ำบาดาล น้ำบ่อ น้ำในแหล่งน้ำลำคลองสามารถใช้เลี้ยงปลาได้
-น้ำประปาต้องทิ้งน้ำไว้ 3 วัน ก่อนถึงจะนำมาเลี้ยงปลาได้

การเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก
1. ขนาดปลาที่จะนำมาเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก
ปลาที่เริ่มเลี้ยงยาวตั้งแต่ 1.5 นิ้วขึ้นไป ไม่ควรนำปลามาเลี้ยงในฤดูหนาวเพราะปลามีความต้านทานต่อโรคต่ำ
2. อัตราการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก
ปล่อยลูกปลาในอัตรา 50 – 70 ตัว/ตารางเมตร
3. การปล่อยปลาปลาดุกในบ่อพลาสติก
แช่ ถุงลูกปลาไว้ในบ่อเลี้ยง 30 นาที จึงค่อยๆ ปล่อยลงบ่อ ช่วงแรกที่ปล่อย ให้เติมน้ำลงบ่อมีความสูงประมาณ 10 ซม.แล้วค่อยเพิ่มระดับน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ ทุกๆ อาทิตย์ จนมีระดับสูงสุด 30-50 ซม.

การให้อาหารปลาปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก
เริ่ม แรกให้อาหารเม็ดเล็กและบุบพอแตกสำหรับปลาเล็กอาหารสดพวกเศษเนื้อ สับให้ปลากินได้ตัวปลวก แมลงเม่าและแมลงอื่น ๆ โปรยให้ปลากินให้อาหารเป็นเวลา วันละ 2 มื้อ เช้า - เย็น

6. การถ่ายเทน้ำปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก
ทำ การเปลี่ยนถ่ายน้ำเมื่อน้ำเริ่มเสียไม่ควรถ่ายน้ำออกหมด เหลือน้ำเก่าไว้ 2/3เปลี่ยนถ่ายน้ำหลังให้อาหารแล้วไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงน้ำที่ถ่ายออกสามารถนำไปรดพืชผักได้

ต้นทุนการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก
ค่าพลาสติกปูพื้นบ่อ (PVC # 3.5x 6 ม.) 500 บาท
ค่าอาหารเม็ด (เลี้ยงนาน 3 เดือน #30 กก. ) 500 บาท
ค่าพันธุ์ปลาดุก (ขนาด 1 นิ้ว 500 ตัว) 500 บาท
รวมทั้งสิ้น ประมาณ 1,500 บาท

การจับปลาปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก
เลี้ยง 3-4 เดือน ได้ปลาขนาด 100-200 กรัม/ตัว
อัตรารอดประมาณ 80-90 %
ได้ผลผลิตปลา ประมาณ 30-50 กก/บ่อ
คิดเป็นมูลค่า (กก. ละ 30 บาท) 900-1,500 บาท

Thursday, November 1, 2012

ปลาดุกในบ่อปูนวง ต้นทุนต่ำ กำไรงาม

ปลาดุกในบ่อปูนวง ต้นทุนต่ำ กำไรงาม

"เลี้ยงปลาดุกในบ่อวงปูน" เป็นอาชีพที่ลงทุนไม่มากนัก แต่ขายได้แน่ ๆ หรือคุณจะเลี้ยงเพื่อไว้บริโภคภายในครอบครัวของคุณก็ได้ ปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาที่เลี้ยงง่ายเจริญเติบโตเร็ว ปลาชนิดนี้สามารถนำมาเลี้ยงได้ทั้งในบ่อปูนซีเมนต์ บ่อพลาสติก หรือบ่อดิน อีกทั้งยังมีภูมิต้านทานต่อโรคค่อนข้างสูง

อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก ต้องแล้วแต่ขนาดของปลา

ถ้าเป็นปลาขนาดเล็ก (2-3 เซนติเมตร) ควรเป็นอาหารเม็ด ผสมข้าวสุก คลุกกับน้ำแล้วปั้นให้เป็นก้อน ๆ

ถ้า ปลาโตแล้วจนมีความยาว 15 เซนติเมตร ขึ้นไป จะใช้อาหารเม็ด, รำละเอียด, เศษผัก หรือเศษอาหาร ใช้อัตราส่วน 2 : 4 : 4 หรือใครจะใช้เป็นอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวก็ได้ แต่ต้นทุนมันจะสูงกว่า อาหารผสมแบบนี้
  
ถ้าลูกปลามีขนาด 10 ตัว ต่อกิโลกรัม คุณก็หาผักตบชวา หรือผักบุ้งใส่ลงไปในปูนวงที่เลี้ยงปลาดุก แล้วก็ค่อยลดปริมาณอาหารสำเร็จรูปลงเรื่อย ๆ เมื่อปลาหิวจัด ๆ มันก็จะกินผักตบชวา หรือผักบุ้งเป็นอาหาร ในช่วงเย็น เราก็ให้อาหารเม็ดกินเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว สำหรับปลาดุก 1 ปูนวง และในหนึ่งบ่อเราจะใช้ผักตบชวาประมาณ 4 กอ ต่อ 7 วัน ซึ่งปลาจะกัดกินบริเวณใบและยอดอ่อนจนหมด เหลือไว้เพียงลำต้นแก่ ๆ เท่านั้น

- จำนวนในการเลี้ยงปลาดุก ควรเลี้ยง 70 ตัว / หนึ่งปูนวง จะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำ 5 วัน ต่อครั้ง และในแต่ละครั้งจะเปิดน้ำที่เลี้ยงปลาออกทิ้งจนหมด จากนั้นก็ดูดน้ำใหม่มาใส่ทันที วงปูนที่เราใช้เลี้ยงปลานั้น จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร และสูง 50 เซนติเมตร ส่วนพื้นบ่อปูนวงก็ทำพื้นปูนปิด และต่อท่อพลาสติกเพื่อใช้ในการถ่านน้ำออก

ใน การเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนวงนี้ จะใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ 3 เดือนกว่าๆ คุณจะได้ปลาดุกขนาด 4 ตัวโล ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดต้องการ ราคาขายของปลาดุกในขณะนี้ตกกิโลละ 40 - 45 บาท

ที่มา : ปลาดุกในบ่อปูนวง ต้นทุนต่ำ กำไรงาม

เจ็บนี้ไม่มีลืม กับปลาดุกทะเล

บทความ เรื่อง เจ็บนี้ไม่มีลืม กับปลาดุกทะเล
Posted by  sirikhun

แม่ บังอร เกิดมากับทะเล ชีวิตที่โลดโผนมาตั้งแต่เล็กๆ ภาพเก่าๆเรื่องเล่าแปลกๆที่สามารถเป็นเรื่องขับกล่อมเป็นนิทาน น่าฟัง  มากกว่าเรื่องหมูสามตัวกับหนูน้อยหมวกแดง ซึ่งแม่ผมคงไม่รู้จักเป็นแน่  แม่จึงพูดแต่เรื่องทะเลให้ฟัง      
      

แม่ เล่าว่า
สมัย ก่อนแม่จะจับปลากับอาก๋ง ของเรา อาก๋งเป็นคนเก่ง วันๆมองแต่ทะเล และกับฟ้า "คืนเดือนมืดมองดาว คืนเดือนหงายมองเดือน" เป็นชาวประมงที่เก่งคนหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมง   แม่เล่าอย่างภาคภูมิใจ

จำลอง เรือใบ ที่อาก๋ง จับปลาสมัยก่อน

การ ออกทะเลส่วนใหญ่ของอาก๋ง ส่วนใหญ่จะได้กุ้งตัวใหญ่ๆเยอะมาก แต่บางทีก็ได้ปลา แต่มีครั้งหนึ่งได้ปลาดุกทะเล มามาก แม่รู้สึกอยากจะเก็บปลาเยอะๆ จึงรีบมากไปหน่อย รู้ทั้งรู้ว่าปลาดุกทะเลมีพิษ ยังไม่วาย ที่จะโดนมันตำเอาได้ แม่เล่าว่า ตอนโดนดุกทะเลตำครั้งแรก อยู่ไกลมากจากฝั่ง ถ้ากะระยะทางแม่บอกว่าซัก ถ้าเดินทางกลับ คงซักครึ่งวันน่าจะได้  จึงต้องทนพิษความปวดนั้นจนกว่าจะเข้าฝั่ง      แม่บอกอย่างนั้น  

ความ ปวดของปลาดุกทะเลผมจำได้  ผมเคยโดนดุกทะเล ตำ ผมต้องอดทนไม่ร้อง เพราะไม่อยากให้พ่อรู้ว่าผมหนีลงไปเล่นน้ำในทะเล หนีไปจับปลา แต่น้องสาว   หัวฟูของผม (มันเอาไปฟ้อง) พาพ่อมาหาผม พ่อถามผม แต่ผมไม่ยอมรับ พอพ่อจับตัวผม   ......เท่านั้นแหละ ตัวที่ร้อนด้วยพิษไข้ อาการปวดของผมมันทำให้ผมปฏิเสธไม่ได้ จึงจำเป็นต้องยอมรับว่าผมหนีไปเล่นน้ำมา (หันไปทางไอ้น้องหัวฟู มันแลบลิ้นใส่ผมใหญ่)

พ่อเลยบอกวิธีว่า ให้ผมถอดกางเกงแล้วยืน เอาปัสสาวะรดไปที่แผล อาการก็จะดีขึ้น แต่ผมไม่ทำ บอกว่าพาผมไปหาหมอเถอะผมปวดตึ๊บๆ ...แล้วก็ตัวร้อนด้วย พ่อเลยบอกว่า งั้นเอาพิษจากปลาดุกทะเลออกก่อน ถ้าเอ็งไม่ปัสสาวะมีอีกวิธีหนึ่ง คือหลับตาแล้ว กลั้นหายใจ  แล้วพ่อจะถอนพิษให้เอง เท่านั้นแหละครับ  แม๊กกาซีน รัวใส่ผมเรียกว่า ไม่ทันตั้งตัว พ่อปัสสาวะรดใส่แผลผมเรียบร้อยแล้ว ......แหม ....ทำไปได้

อย่างที่ ผมเล่าตอนต้นนั่นแหละ ผมเกือบลืมความรู้สึกนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะมันนานมาก จนผมได้ไปเที่ยวที่ทะเลเห็นเขาจับปลาดุกทะเลกัน ผมเลยย้อนไปนิดนึง   เลยเอาความหลังมาฝากกันเล่นๆ

ให้เจ้าอ๋องใส่ชูชีพ แต่ผมคิดว่ามันก็ยังไม่น่าปลอดภัยจริงๆ


งั้น วิธีนี้ดีกว่า ผมอยากสอนให้ลูกเป็นเหมือนผม อยากให้รักทะเล จึงพาเด็กๆเที่ยวทะเลประจำ

ปลาดุกทะเล
เดี๋ยว นี้คนรู้จักน้อย สมัยก่อนมันมีเยอะไม่ค่อยมีคนกิน เพราะมันเยอะ แต่เดี๋ยวนี้ ราคา แพงกว่าปลาดุกอุย มาก แต่คนก็รู้จักน้อยอยู่ดี

ความแตกต่างของปลาดุกทะเลคือ
1. เงี่ยงปลาจะมีสาม เงี่ยงที่กระโดงหลังด้วย แต่ปลาดุกอุยไม่มี เจ้าเงี่ยงนี่แหละครับ ทั้งเจ็บทั้งปวด

มี 3 เงี่ยง

2.ไข่ปลาดุกที่น่ากิน ไม่รู้ว่าเปรียบกับไข่ปลาคาร์เวียได้หรือเปล่า
เพราะยังไม่เคยได้กิน จริงๆเลย(มันแพงโค....ตร)

ไข่ปลาดุกทะเล ของไทย


ดุกทะเลตัวเมีย 1 ตัว หลังจากชำแหละแล้ว


ไข่ปลาคาร์เวียร์ 1 พวง


คาร์เวียร์อัดใส่ กระป๋อง ขายเป็น หมื่นบาท (น่าจะราคานี้)

ที นี้มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ปลาดุกทะเล เขามีวิธีจับกันหลายแบบ ตั้งแต่วางเบ็ด วางกล่ำ แม้กระทั่งวางไม้กระบอก เดี๋ยวผมจะบอกกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง ของชาวบ้านว่าเขา ศึกษาอุปนิสัยปลา ทิศทางน้ำ หรืออะไรกันอย่างมากมาย จนแตกฉาน      ถ้าผมเป็นคนมอบโล่ หรือใบประกาศอะไรซักใบผมต้องให้แกซิน่า  หรือให้ คำว่า "ด๊อกเตอร์ทะเล" กับลุงแกไปก่อนดีกว่า  เพราะการดิ้นรนของแก ในการเลี้ยงชีพ มันช่างสุดยอดจริงๆ

การวางกล่ำ
เขา เอาเศษไม้แห้งหรือต้นไม้แห้งไปวางไว้ในทางน้ำที่ๆไม่แรงมาก ปลาดุกเป็นปลาชอบอยู่น้ำนิ่ง สงบ อยู่ใต้ๆน้ำ เขาเลยเอากิ่งไม้พวกนี้ไปไว้ในน้ำให้ปลาตายใจ (ประมาณ 2 อาทิตย์-เดือน) เมื่อถึงเวลาเขาก็จะค่อยๆเอาเฝือกไม้ดังรูปค่อยค่อยล้อม ค่อยๆล้อม   แล้วตีวงแคบเข้าเรื่อยๆ จนแคบสุดๆ แล้วเอาเศษไม้ออก เอาสวิงตักปลา ส่วนใหญ่ที่ได้ก็คือปลาดุกนี่แหละครับ ง่ายนิดเดียวสำหรับคนเป็นนะ



















ผลงานของด๊อกเตอร์ทะเล

วางไม้กระบอก
ส่วน อีกวิธี เขาจะตัดไม้กระบอกเป็นท่อนขนาดเอามือสองข้างโอบได้ไม่ยาวมากนัก เอาไปวางลงใต้น้ำในตำแหน่งทางน้ำ ปลาดุกก็จะหาที่พักสงบๆ ก็จะมาพักในกระบอก  ทีนี้ "ดอกเตอร์ทะเล" ก็จะมายกไม้กระบอกขึ้นแล้วเสี่ยงดูว่าจะมีปลาติดในกระบอกหรือเปล่า แค่ยกก็ได้เงินหลายแล้ว เป็นไง (ด๊อกเตอร์ทะเล) ดูเขาเหมือนไม่สนใจอะไรมากกับชีวิตในเมือง ผมถามลุง"ด๊อกเตอร์ทะเล"ว่า   อย่างนี้ก็รวยซิ แค่มาจับๆยกๆแค่นี้ ลุง "ด๊อกเตอร์ทะเล" แกบอกว่าไงรู้ไหมครับ จะรวยทำไม  

"แค่มีความสุขพออยู่พอกินอย่าง นี้ก็ดีอยู่แล้ว "  ลุงแก่แล้วไม่รู้จะเอาอะไรมากมาย ถ้าลุงคิดอยากมีเงินมากๆ ลุงคงไม่มีโอกาสมาทำอย่างนี้หรอก ผมก็เลยถามว่าทำไมหละ.....



นี่ ก็ฝีมือของด๊อกเตอร์ทะเลคนที่ 2

ก็ เพราะว่าถ้ามีคนในหมู่บ้านคิดที่จะเอาเปรียบคนกันเองแล้ว ถ้าปลามันเหลือน้อย คงจะต้องอดตายกันแน่ไงละทีนี้ แค่ทุกคนแค่คิดว่า เอามาพอกิน พอขายให้เลี้ยงตัวเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานได้แค่นี้ บ้านเราทะเลเราก็ยังคงอยู่  ผมเลยเอาคำของลุงมาคิด ทำไมถึงไม่มีใครคิดที่จะเลี้ยงชีพแบบอนุรักษณ์แบบ  "ด๊อกเตอร์ทะเล" อย่างแกบ้าง

น่าสงสารอนาคต เด็กไทยต่อไปจัง  สงสัยคงแต่ได้กินแต่ปลาในกระป๋องแสนอร่อย กับโฆษณาสุดเจ๋ง แน่แน่เลยครับท่านผู้.. ชม..........ม

ที่มา : http://www.oknation.net/blog/paper-life/2009/11/18/entry-2

Wednesday, October 31, 2012

ข่าวเรื่อง รู...(ปลาดุกทะเล) ใครว่าหากันง่ายๆ

พอดีวันนี้ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวในเว็บ และไปเจอข่าวคารวเกี่ยวกับปลาดุก ก็เลยอยากเอามาฝากให้อ่านกัน เพื่อนำเอาความรู้ต่าง ๆ นั่นเอง แม้นจะได้รับน้อยหรือมากก็ตาม

ข่าวเรื่อง รู...(ปลาดุกทะเล) ใครว่าหากันง่ายๆ

โดย  บุญยา  คงคาลิหมีน


ปลา ดุกทะเลเป็นปลาที่ค่อนข้างจะขี้อาย  ชอบหลบ ไม่กล้าสู้หน้าทั้งๆ ที่ไม่ผิดอะไรก็ยังหลบเลย ชอบอาศัยตามรู โพรง หรือขอบหินต่างๆ ปลาดุกทะเลยังทำให้ใครหลายๆ คน ยึดอาชีพเลี้ยงครอบครัวสบายเลยทั้งหารู ราวเบ็ด หรือ แม้แต่วางไซ ราคาก็ค่อนข้างสูงทีเดียวประมาณกิโลละ 80-100 บาท

ซึ่งขนาดน้ำหนักที่ขายทั่วไปประมาณ 0.8-2.0  กิโลกรัม  จะพบได้ตลอดปี แต่ที่ได้กันเยอะๆ ก็จะอยู่ในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ปลาดุกทะเลจะนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง  แต่ที่ขึ้นชื่อแถบนี้ก็คงหนีไม่พ้นแกงส้ม และแกงกะทิ อร่อยน้า ...  ลองดูซิ... ?

อาชีพ  มีหลากหลายมากซึ่งเราสามารถเลือกได้ตามเจตนารมณ์  แล้วแต่ว่าอาชีพนั้นจะเหมาะสมกับเราหรือปล่าว ทำแล้วให้ประโยชน์ ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือปล่าว  และที่สำคัญอาชีพนั้นสุจริตหรือไม่เบียดเบียนใครหรือปล่าว นอกจากนั้นแล้วก็เลือกอาชีพทำได้เลย กำลังพูดถึงบุคคลคนหนึ่งชื่อ สมปอง  เพชรเกลี้ยง  18/1 ม.4 ต.คูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา  เขาเลือกอาชีพที่ใครๆ ได้ยินแล้วต้องร้องยี้  แต่เขาทำอาชีพนี้มา 20 กว่าปีแล้ว  นั่นคืv หารูปลาดุกทะเล

ลักษณะทั่วไปของรู
การ หารูปลาดุกทะเลนั้นต้องหา ช่วงน้ำใสๆ  และช่วงน้ำเค็มเท่านั้น  เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะมองรูไม่เห็น ลักษณะรูจะแบ่งออกได้ 3 ลักษณะ คือ
1. ปากรูจะมีสีเขียว เพราะขี้ปลาที่ปลาพ่นขึ้นมาจะมากองที่ปากรู
2. ปากรูจะมีสีแวว ใส
3. ปากรู จะมีฟองพร้อมกับขี้โคลนพ่นขึ้นมาเหนือน้ำ

ปลา ดุกทะเลจะทำรูเข้าไว้ประมาณ 3-4 รู  เพื่อสะดวกในการเข้าอาศัยข้างในโพรง และเพื่อเอาไว้หลอกศัตรู  ส่วนระยะห่างจากรูเข้าไปจนถึงโพรงข้างในนั้นยาวประมาณ 2-3 เมตร  โพรงกว้างประมาณ 50-100 ซม.  ปากรูเข้ากว้างประมาณ 5-10 นิ้ว  ส่วนรูออกจะทำไว้แค่รูเดียวซึ่งห่างจากโพรงข้างในประมาณ 1 เมตร  เพื่อสะดวกในการหลบหนี  รูออกกว้างประมาณ 2-3 นิ้ว (ประมาณหัวปลา) ในโพรงๆหนึ่งจะมีปลาประมาณ 1-15 ตัว  แต่ถ้าโพรงไหนอยู่ตัวเดียวละก้อฟันธงได้เลยนั่นคือ ตัวผู้  น้ำหนักรวมในแต่ละโพรงจะได้ประมาณ 1-20 กก.

การวางไข่และอาหาร
ตัว เมียจะเข้ามาวางไข่ในโพรงประมาณ 15 วัน  ไข่เสร็จแล้วก็จะไปที่อื่นต่อโดยไข่จะฝากไว้ในโพรง เขาเรียกว่า “ไข่ฝากดิน”  ลูกปลาก็จะกินพวกหนอนหน้าดิน เพรียง ลูกกุ้ง ฯลฯ เป็นอาหาร

วิธีการทำประมงรู
ขั้น แรกต้องดูก่อนว่าเข้ามีทั้งหมดกี่รู จากนั้นก็ใช้ไม้พายปิดปากรูเข้าให้หมด  โดยรูออกก็ใช้อวนหรือโม๊ะ(โมระ)  ครอบรูเอาไว้  จากนั้นก็ใช้เท้าถีบไม้พายไปเรื่อยๆ จนถึงโพรงเพื่อดันให้ปลายออกทางรูออกซึ่งเราได้ใช้อวนหรือโม๊ะครอบไว้แล้ว  การทำประมงอย่างนี้ห้ามนุ่งกางเกงขายาวเด็ดขาด  เพราะปลาตัวเล็กสจะสวนทางขึ้นมา ทำให้เข้าไปในกางเกงได้ และคุณสมปอง  ยังเล่าต่ออีกว่า พิษของปลาดุกทะเลถ้าถูกแทงแล้วเจ็บทันที ไม่ถึงชั่วโมงก็หาย  แต่ถ้าตัวไหนแทงแล้วเจ็บเรื่อยๆ ละก้อ  ครบรอบ 24 ชม. โน่นแหล่ะ  จึงจะหายแต่แผลบวมยังไม่ยุบ อ้อแล้วอีกอย่างถ้าปลาแทงเหมือนมีดบาดเป็นแผลยาวอย่างนั้นสบายไม่เป็นไร  เพราะพิษจะอยู่ที่ปลายหนามและจะพ่นออกเมื่อตอนตกใจเท่านั้น  บางคนที่แพ้พิษปลาดุกทะเลอาจถึงหมอก็มี  และยังเพิ่มเติมต่ออีกว่า การทำประมงอย่างนี้ไม่ต้องลงทุนมาก และสามารถเลือกปลาได้โดยปลาตัวเล็กก็ปล่อยลงทะเลสาบต่อไป  เพราะเขาก็คือ หนึ่งในสมาชิกแพชุมชนคูขุดนั่นเอง  ท้ายนี้ก็ขอขอบคุณ คุณสมปอง  เพชรเกลี้ยง  ที่ให้ข้อมูลตรงนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ได้อ่านต่อไป  ขอบคุณมากครับ

ที่มา : http://www.coastalaqua.com/webboard/index.php?topic=948.0

ข่าวสารเกี่ยวกับปลาดุก

นำข่าวสารเกี่ยวกับกระทู้นี้มาฝากเพิ่มเติมครับ นั่นก็คือ "ข่าวสารเกี่ยวกับปลาดุก" ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ข่าวการผลิต การตลาด ผลิตผลการเกษตร: ประมง

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร -- ศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2009 14:31:03 น.

         1.   สถานการณ์การผลิต การตลาดและราคาในประเทศ
         การผลิต
         ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา(5 - 11 ก.ย. 2552) สัตว์น้ำทุกชนิดส่งเข้าประมูลจำหน่ายที่องค์การสะพานปลากรุงเทพฯ มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 982.60 ตัน แยกเป็นสัตว์น้ำเค็ม 534.34 ตัน สัตว์น้ำจืด 358.26 ตัน ประกอบด้วย   สัตว์น้ำที่สำคัญ ได้แก่
         1.1  ปลาดุก            ส่งเข้าประมูลจำหน่าย                2.53    ตัน
         1.2  ปลาช่อน           ส่งเข้าประมูลจำหน่าย                4.19    ตัน
         1.3  กุ้งทะเล           ส่งเข้าประมูลจำหน่าย              105.47    ตัน
         1.4  ปลาทู             ส่งเข้าประมูลจำหน่าย                6.10    ตัน
         1.5  ปลาหมึก           ส่งเข้าประมูลจำหน่าย               60.37    ตัน

         การตลาด
         สมาคมกุ้งไทยคาดการส่งออกกุ้งไทยปีนี้มีมูลค่าเกือบแสนล้านบาท
         นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างความมั่นคงในอุตสาหกรรมกุ้งว่า อุตสาหกรรมกุ้งของไทยขณะนี้ค่อนข้างมีความมั่นคง แม้จะต้องพึ่งการส่งออกถึง 90%  ของปริมาณการผลิตทั้งหมด ในช่วงต้นปีได้เตรียมรับมือกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยจะลดกำลังการผลิตลง 20% และเตรียมการจะผลิตกุ้งออกมาเพียง 396,000 ตัน แต่พบว่า การบริโภคกุ้ง     ทั่วโลกไม่ได้ลดลง ดังนั้น จนถึงสิ้นปีนี้คาดว่าปริมาณการผลิตกุ้งของไทยจะเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน คิดเป็นจำนวน 520,000 ตัน ส่วนการส่งออกทั้งปี คาดว่าจะมีปริมาณ 380,000 — 390,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 5% มูลค่าจะใกล้เคียงเกือบ 100,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีมูลค่า 85,000ล้านบาท
         นอกจากนี้ ไทยยังถูกกล่าวหาจากสหรัฐว่ามีการใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรม และจัดให้ไทยอยู่ในบัญชีที่ต้องติดตามดู ซึ่งอาจจะส่งผลให้ผู้บริโภคสหรัฐเกิดความหวั่นไหวได้ รัฐบาลจะต้องเร่งทำความเข้าใจ รวมทั้งต้องพยายามเปิดตลาดส่งออกใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงในการพึ่งพาตลาดส่งออกของสหรัฐเพียงตลาดเดียว  ถึงกว่า 50 %
         ความเคลื่อนไหวของราคาสัตว์น้ำที่สำคัญประจำสัปดาห์นี้มีดังนี้ คือ
         2.1 ปลาดุกบิ๊กอุย ราคาที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 42.06 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 42.25 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 0.19 บาท
         สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯ  ไม่มีรายงานราคาจากองค์การสะพานปลากรุงเทพฯ

         2.2 ปลาช่อน ราคาที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 66.43 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ  66.91 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 0.49 บาท
         สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯเฉลี่ยกิโลกรัมละ 110.00 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน 
         2.3 กุ้งกุลาดำ ราคาที่ชาวประมงขายได้ขนาดกลาง (51-60 ตัว/กก.) สัปดาห์นี้ไม่มีรายงานราคา
         สำหรับราคา ณ ตลาดกลางกุ้งสมุทรสาครขนาดกลาง (60 ตัว/กก.) สัปดาห์นี้ไม่มีรายงานราคา
         2.4 กุ้งขาวแวนนาไม  ราคาที่ชาวประมงขายได้ขนาดกลาง (51-60 ตัว/กก.) เฉลี่ยกิโลกรัมละ 102.85 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 104.05 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 1.20 บาท
         สำหรับราคา ณ ตลาดกลางกุ้งสมุทรสาครขนาดกลาง (60ตัว/กก.) เฉลี่ยกิโลกรัมละ 103.33 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 107.50 บาท ของสัปดาห์ก่อน 4.17 บาท 
         2.5 ปลาทู ปลาทูสดขนาดกลาง ราคาที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 53.42 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 52.07 บาท ของสัปดาห์ก่อน 1.35 บาท
         สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 60.00 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
         2.6  ปลาหมึก   ราคาปลาหมึกกระดองสดที่ชาวประมงขายได้ ไม่มีรายงานราคา               
         สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 120.00 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
         2.7 ปลาเป็ดและปลาป่น ราคาปลาเป็ดที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 8.14 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 8.10 บาท ของสัปดาห์ก่อน 0.04 บาท 
         สำหรับราคาขายส่งปลาป่นชนิดโปรตีนต่ำกว่า 60% (ระหว่างวันที่ 26 ก.ย. — 2 ต.ค. 2552) เฉลี่ยกิโลกรัมละ 32.77 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 33.80 บาท ของสัปดาห์ก่อน 1.03 บาท

         --ข่าวการผลิต การตลาด ผลิตผลการเกษตร  ประจำวันที่ ข่าวสัปดาห์ 28 กันยายน - 4 ตุลาคม 2552--

ที่มา :
ข่าวการผลิต การตลาด ผลิตผลการเกษตร: ประมง

ลาบปลาดุก


เครื่องปรุง ปลาดุกอุยหนักประมาณ 300 กรัม 1 ตัว
ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
ข่าโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ช้อนชา (15 กรัม)
ต้นหอมซอย 2 ช้อนชา (15 กรัม)
หอมแดงฝอย 2 ต้น (10 กรัม)
ใบสะระแหน่ 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
น้ำมะนาว ½ ถ้วย (50 กรัม)
น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
ผักสด กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ใบโหระพา

วิธีทำ
1. ล้างปลาดุกให้สะอาด ขูดเมือกบนผิวออก นำไปย่างไฟพอสุก แกะเอาแต่เนื้อ สับหยาบๆ
2. เคล้าเนื้อปลาดุกกับข้าวคั่ว พริกป่น ข่าหั่นฝอย หอมแดงซอย ใบมะกรูดหั่นฝอย
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว คลุกเคล้ากันให้ทั่ว โรยใบสะระแหน่ ต้นหอมซอย ชิมรสตามชอบ รับประทานกับกะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ใบโหระพา



สรรพคุณทางยา
1. ข้าวสาร รสมันหอมหวาน บำรุงร่างกาย แก้ตาฟาง แก้เหน็บชา แช่น้ำ ตำเป็นแป้งพอก แก้บวม แก้ปวด
2. พริกขี้หนู รสเผ็ดร้อน ช่วยเจริญอาหาร ขับลม ช่วยย่อย
3. ข่า รสเผ็ดปร่าร้อน ช่วยขับลม ขับพิษโลหิตในมดลูก ขับลมในลำไส้
4. ใบมะกรูด รสปร่ากลิ่นหอมติดร้อน ใช้ปรุงอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาว แก้โรคลักปิดลักเปิด ขับลมในลำไส้ ขับระดู แก้ลมจุกเสียด
5. หอมแดง รสเผ็ดร้อน แก้ไข้เพื่อเสมหะ บำรุงธาตุ แก้ไข้หวัด
6. สะระแหน่
- ใบ/ยอดอ่อน รสหอมร้อน ขับเหงื่อ แก้ปวดท้อง ขับลม แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ
7. มะนาว เปลือกผลรสขม ช่วยขับลม น้ำในลูก รสเปรี้ยว แก้เสมหะ แก้ไอ แก้เลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิต
8. กะหล่ำปลี รสจืดเย็น กระตุ้นการทำงานของกระเพาะลำไส้ บำรุงธาตุไฟ
9. ถั่วฝักยาว รสมันหวาน มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะลำไส้ บำรุงธาตุดิน
10. โหระพา ใบรสเผ็ดปร่าหอม แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ แก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร ขับลมในลำไส้ ขับเสมหะ




ประโยชน์ทางอาหาร
ลาบปลาดุก มีรสจัด เปรี้ยว เผ็ด เค็ม ช่วยให้เจริญอาหาร ขับลม ช่วยย่อยอาหาร เนื่องจากส่วนประกอบแต่งด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิด
คุณค่าทางโภชนา
ลาบปลาดุก 1 ชุด ให้พลังงานต่อร่างกาย 553 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย
- น้ำ 504.16 กรัม
- โปรตีน 74 กรัม
- ไขมัน 9.3 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต 44 กรัม
- กาก 7.36 กรัม
- ใยอาหาร 0.9 กรัม
- แคลเซียม 565.3 มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส 408.05 มิลลิกรัม
- เหล็ก 25 มิลลิกรัม
- เบต้า-แคโรทีน 240.3 ไมโครกรัม
- วิตามินเอ 20069.55 1 IU
- วิตามินบีหนึ่ง 28.66 มิลลิกรัม
- วิตามินบีสอง 0.9 มิลลิกรัม
- ไนอาซิน 5.02 มิลลิกรัม
- วิตามินซี 65.5 มิลลิกรัม